ต้นกล้าข้าวสาลีกับการรักษามะเร็ง                               

                                                                                        

              เนื่องจากเซลล์มะเร็งจะสามารถขยายและเพิ่มจำนวนได้ดีในภาวะเป็นกรดและมีออกซิเจนต่ำ ดังนั้นการรักษามะเร็งด้วยการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้มีออกซิเจนจำนวนมากและมีสภาวะเป็นด่างจะช่วยยับยั้งการแพร่ของเซลล์มะเร็งได้   ซึ่งการใช้ต้นกล้าข้าวสาลีก็เป็นอีกคำตอบหนึ่งสำหรับการรักษามะเร็งด้วยหลักการดังกล่าว เนื่องจากในต้นกล้าข้าวสาลีประกอบด้วยคลอโรฟิลล์ที่มีลักษณะโครงสร้างคล้ายกับฮีโมโกลบินซึ่งเป็นสารนำพาออกซิเจนไปสู่เซลล์ในร่างกายมนุษย์ และคลอโรฟิลล์ที่มีอยู่ในต้นกล้าข้าวสาลีนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนฮีโมโกลบินจึงช่วยเพิ่มจำนวนออกซิเจนแก่เซลล์มะเร็ง  นอกจากนี้สารซีลีเนียมในต้นกล้าข้าวสาลียังมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง   ตลอดจนต้นกล้าข้าวสาลียังจัดเป็นอาหารที่มีค่าเป็นด่างซึ่งมีประโยชน์สำหรับร่างกายมนุษย์อย่างมาก

ในต้นกล้าข้าวสาลีประกอบด้วยสารอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระมากมายได้แก่

Ø    คลอโรฟิลล์ เป็นองค์ประกอบในพืชที่ทำหน้าถ่ายทอดพลังงานจากแสงอาทิตย์ไปสู่ห่วงโซ่อาหารอันดับต่อไป อันได้แก่ สัตว์และมนุษย์    โดยโครงสร้างทางเคมีของคลอโรฟิลล์จะมีลักษณะคล้ายฮีโมโกลบินซึ่งเป็นสารประกอบในเม็ดเลือดแดงซึ่งทำหน้าที่นำพาออกซิเจนไปสู่เซลล์ต่างๆในร่างกาย (คลอโรฟิลล์ต่างจากฮีโมโกลบินที่อะตอมของธาตุตรงกลางโมเลกุลของคลอโรฟิลล์เป็นแมกนีเซียม ในขณะที่คลอโรฟิลล์เป็นธาตุเหล็ก)    คุณสมบัติของคลอโรฟิลล์ต่อร่างกายอาจสรุปได้ง่ายๆ ดังนี้

1) ช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย  มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียที่บริเวณแผล ตลอดจนสามารถต้านเชื้อราในทางเดินอาหารได้ด้วย                                                                                                                                                                            2) ช่วยลดการอักเสบ ดังนั้นจึงสามารถใช้บรรเทาอาการข้อต่ออักเสบ แผลในกระเพาะอาหาร ลำไส้อักเสบ อาการเจ็บคอได้                                                                                                                                                                        3) เพิ่มจำนวนฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง                                                                                                                    และจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Journal mutation research พบว่าคลอโรฟิลล์เป็นสารที่มีคุณสมบัติต้านมะเร็งได้ดีกว่าเบตา-แคโรทีน วิตามินเอ,ซี,อี เนื่องจากคลอโรฟิลล์สามารถกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากเซลล์และยังปล่อยออกซิเจนให้แก่เซลล์

Ø    เอนไซม์ SOD ( superoxide dismutase) เป็นเอนไซม์ที่พบได้ในต้นอ่อนของพืชและจัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเลิศ เนื่องจากสามารถเปลี่ยนสารอนุมูลอิสระซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายให้เป็นไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์(ซึ่งสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้)และออกซิเจน     จากการศึกษาพบว่าในเซลล์มะเร็งจะมีเอนไซม์นี้น้อยมากหรือไม่มีเลย  ดังนั้นการได้รับเอนไซม์ชนิดนี้จะช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งได้

Ø    เอนไซม์ไซโตโครมออกซิเดส   จากการศึกษาของ Paul Seeger พบว่าสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งคือ เกิดการทำลายเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจ ได้แก่ ไซโตโครมออกซิเดส หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ มะเร็งเกิดจากการเสียสมดุลของการหายใจหรือการใช้ออกซิเจนของเซลล์

Ø    กรดแอปไซซิส (abscisic acid)  จากการศึกษาของDr. Livington-Wheeler พบว่าเซลล์มะเร็งจะผลิตสารที่มีลักษณะคล้ายฮอร์โมนโคริโอนิก โกนาโดโทรปิน ซึ่งกรดแอปไซซิสนั้นสามารถยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนโคริโอนิก โกนาโดโทรปินได้

หมายเหตุ หลายท่านคงอาจสงสัยว่าหลังจากตัดต้นกล้าข้าวสาลีแล้ว เราสามารถทิ้งไว้ได้นานเท่าไหร่ก่อนที่จะกิน  ซึ่งAnn Wigmore แนะนำว่าควรกินทันทีหลังจากตัดหรือคั้นเสร็จ  แต่อย่างไรก็ตามพบว่ากรดแอปไซซิสในต้นกล้าข้าวสาลีที่ตัดทิ้งไว้ 4 ชั่วโมงจะมีมากถึง 40 เท่าของต้นกล้าข้าวสาลีที่เพิ่งตัดทันที    จากข้อมูลข้างต้นท่านอาจสงสัยว่าระยะเวลาที่เหมาะสมคือเท่าไร  คำตอบก็คือทั้ง 2 ช่วงเวลา  นั่นคือเมื่อคุณตัดต้นกล้าข้าวสาลีแล้วส่วนหนึ่งคุณควรคั้นแล้วดื่มทันทีที่คั้นเสร็จ  และต้นกล้าข้าวสาลีอีกส่วนหนึ่งให้ทิ้งไว้ 4 ชั่วโมงก่อนนำมาคั้น

Ø    P4D1 เป็นกลูโคโปรตีนซึ่งจะกระตุ้นการสร้างRNAและDNA จึงช่วยลดการเสื่อมของเซลล์ ตลอดจนการแบ่งเซลล์ที่ผิดปกติ   ช่วยลดการอักเสบ  และช่วยเสริมการทำงานของเอนไซม์ในการทำลายเซลล์มะเร็งด้วยการผนังล้อมรอบเซลล์มะเร็งเพื่อให้เม็ดเลือดขาวสามารถกำจัดเซลล์มะเร็งได้สะดวกขึ้น

Ø    มิวโค-โพลีแซคคาไลท์ เป็นสารประกอบเชิงซ้อนและเชิงเดี่ยวของน้ำตาลซึ่งกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมของเซลล์  ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์

        นอกจากสารดังกล่าวข้างต้นแล้ว ในต้นกล้าข้าวสาลียังประกอบด้วยสารอาหารอื่นๆอีกมากมาย สรุปได้ดังนี้

                                                     สารอาหารในต้นกล้าข้าวสาลี

v    กรดอะมิโน – ทริปโตเฟน ,กรดกลูตามิก ,อะลานีน ,เมทไทโอนีน ,อัลจินีน ,ไลซีน ,กรดแอสพาติก ,ซีสตีน, ไกลซีน ,ฮีสทีดีน ,ไอโซลิวซีน ,ลิวซีน ,ฟีนิวอะลานีน ,โปรลีน ,ซีลีน ,ทรีโอนีน ,ไทโรซีน ,วาลีน

v    วิตามิน – วิตามินซี ,วิตามินอี(ซักซิเนต) ,เบตา แคโรทีน(วิตามินเอ) ,ไบโอติน ,โคลีน ,กรดโฟลิก ,บี1 (ไทอามีน), บี 2 (ไรโบฟลาวิน) , บี 3 (ไนอะวิน) , บี 6 (กรดแพนโททีนิก) , บี 12 , วิตามินเค

v    แร่ธาตุ – สังกะสี ,ซีลีเนียม ,ฟอสฟอรัส ,โพแทสเซียม ,แคลเซียม ,โบรอน ,คลอไรด์ , โครเมียม, โคบอลต์ , ทองแดง,ไอโอดีน , เหล็ก, แมกนีเซียม ,นิเกล ,โซเดียม ,ซัลเฟอร์  และอื่นๆ

v   กรดไขมัน(จำเป็น) – กรดไลโนเลนิก , กรดไลโนเลอิก  

v    เอนไซม์ (มากกว่า 80 ชนิด) – เปอร์ออกซิเดส ,ฟอสฟาเตส , คาตาเลส, ไซโตโครม, ออกซิเดส , ดีเอ็นเอส, อาร์เอ็นเอส ซุปเปอร์ออกไซด์ ,เฮกโซไคเนส , มาลิก ดีไฮโดรจีเนส, ไนเตรต รีดรักเตรส , ไนโตรเจน ออกซีรีดรักเตรส ,เฟทตี แอซิส ออกซิเดส ,ฟอสโซไลเปส ,โพลีฟีโนลอคซิเดส, ดิสมิวเทส ,ทรานไฮโดรจีเนส

v   ไฟโตเคมิคอล – คลอโรฟิลล์ , ไบโอฟลาวินอยด์

 

                ไม่น่าเชื่อว่าในต้นกล้าเล็กๆ จะประกอบด้วยสารอาหารมากมายถึงเพียงนี้  ในต้นกล้า พบว่ามี แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ในปริมาณสูง นอกจากนี้ยังประกอบด้วยแร่ธาตุอื่นๆ เช่น สังกะสี ซีลีเนียม  ซึ่งแร่ธาตุเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งในการทำงานของหัวใจและระบบภูมิคุ้มกัน  ในส่วนของวิตามิน ต้นหญ้าประกอบด้วยวิตามินบีหลายชนิด รวมถึงไบโอติน  กรดแพนโททีนิก และโคลีน (เลซิติน)จำนวนมาก   สำหรับโปรตีนในต้นหญ้าจะเป็นโพลีเปปไทด์สายสั้น ซึ่งย่อยง่ายและสามารถใช้งานได้รวดเร็ว  ซึ่งโปรตีนเหล่านี้ประกอบด้วยกรดอะมิโนประมาณ 20 ชนิด ทั้งชนิดจำเป็นและไม่จำเป็น    

                จากคุณค่าดังกล่าวข้างต้น ต้นกล้าข้าวสาลีจัดได้ว่าเป็นอาหารมหัศจรรย์ที่เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย  ไม่เฉพาะสำหรับผู้ป่วยเท่านั้น  และต้นกล้าข้าวสาลียังมีคุณสมบัติอื่นๆที่เป็นประโยชน์ ได้แก่

Ø   ช่วยกำจัดสารพิษและสารก่อมะเร็งภายในร่างกาย

Ø   ปรับความผิดปกติของระดับน้ำตาลในร่างกาย

Ø   ช่วยป้องกันฟันผุ

Ø   เพิ่มปริมาณฮีโมโกลบิน

Ø   ช่วยป้องกันผมหงอก

Ø   เพิ่มประสิทธิภาพของระบบย่อยอาหาร

Ø   ลดความดันโลหิต

Ø   ช่วยป้องกันและสามารถใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง

 

เนื่องจากในต้นกล้าข้าวสาลีประกอบด้วยสารอาหารนานาชนิด ดังนั้นเพียงคุณดื่มน้ำต้นกล้าข้าวสาลีคั้นสดเพียง 1 มิลลิลิตร คุณจะได้รับสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ กรดอะมิโนในปริมาณที่เทียบเท่ากับการรับประทานผัก-ผลไม้ 1 กิโลกรัมเลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าการรักษามะเร็งด้วยการดื่มน้ำคั้นต้นกล้าข้าวสาลีจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง  แต่อย่างไรก็ตามการรักษามะเร็งนั้นต้องปรับวิถีการดำเนินชีวิตให้เข้าสู่สมดุลทั้งในเรื่องของอาหาร จิตใจ สภาวะแวดล้อม การหายใจ การออกกำลังกาย

                                              

 

 เรียบเรียง โดย บริษัท กู๊ดเฮลท์ ประเทศไทย จำกัด   ( 3 / 9 / 2549 )

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

HomeContact UsOur Map : แผนที่บริษัทเสียงตอบรับจากผู้ใช้วิธีปลูกต้นกล้าข้าวสาลีตัวแทนจำหน่าย